หน้าแรกบทความ    l    บทความไอที   l   บทความอาชีพ    l    บทความอาหาร    l     บทความสัตว์เลี้ยง    l     บทความสุขภาพ    l    บทความทั่วไป
 
บทความอาชีพ l เกษตรกรรม l อุตสหกรรม l พาณิชยกรรม-บริการ l หัตถกรรม l อื่นๆ l คลิปเกษตรกรรม l คลิปอุตสหกรรม l คลิปพาณิชยกรรม-บริการ l คลิปอาชีพหัตถกรรม

การทำลำไยนอกฤดู

 
 
ขนาดตัวอักษร สีตัวอักษร ฟอนท์ ตัวอักษร
อ่าน 3998  
 
 

‘สภาพดินฟ้าอากาศ’ นับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเกษตรกร นอกเหนือไปจากความเสี่ยงทางการตลาดจากราคาผลผลิตที่ขึ้นลงไม่แน่นอน

พูดถึงการบังคับให้ไม้ผลออกนอกฤดู เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้วิธีทรมานต้นไม้ อาทิ การควั่นกิ่งเพื่อตัดท่อลำเลียงน้ำและอาหาร การรัดกิ่ง การรมควัน การงดน้ำ การสับราก ไปจนถึงการใช้สารเคมีราด-รดเพื่อทำลายราก หรือฉีดพ่นทำให้ใบร่วง ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ต้นไม้รู้สึกว่ากำลังจะตาย ต้องรีบออกดอกเตรียมสร้างผลเพื่อขยายพันธุ์

ลองมองในมุมกลับ ถ้าเราบำรุงให้ต้นไม้สมบูรณ์มากๆ ล่ะ ให้ต้นไม้รู้สึกอัดอั้น จนทนไม่ไหวต้องผลิดอกออกมา ไม้ผลบางชนิดถ้าบำรุงดินดี ต้นสมบูรณ์ จะให้ผลตลอดปี เช่น ส้ม ทุเรียน จะมีผลเล็กๆ ผลโต ผลแก่ คละกันในต้นเดียว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี ไม่มีฤดูกาล

ผมกำลังลองทำลำไยนอกฤดูแบบธรรมชาติอยู่ครับ ใช้การบำรุงต้นให้สมบูรณ์แทนการราดสารโปแตสเซียมคลอเรต แต่เจอฝนชุดนี้ไปทำเอาจุกเลยทีเดียว ไม่ทันได้กระตุ้นตาดอกเจอฝนเข้าไปกลายเป็นใบหมด ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาใหม่ เสียแค่เวลาเท่านั้น โดยทั่วไปไม้ผลจะออกดอกได้จะต้องสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคแมลงรบกวน ได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอต่อเนื่อง มีอัตราส่วนระหว่างคาร์บอน (หรือคาร์โบไฮเดรต) ต่อไนโตรเจนที่ห่างมากๆ ที่เรียกว่า ซี-เอ็น เรโช (C/N Ratio) และมีสภาพอากาศที่เหมาะสม

ลำไยเป็นไม้ผลที่ผลิดอกเมื่อช่อแก่ อาศัยหลักการนี้ ที่ผ่านมาผมเน้นสะสมธาตุอาหารในกลุ่มที่สร้างตาดอกมากกว่าตาใบ ลดไนโตรเจนลงให้มากที่สุดเพื่อถ่างซี-เอ็น เรโชให้กว้างมากขึ้น แต่ปัญหา คือ ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ โดยเฉพาะฝนและความชื้นที่ทำให้ ปริมาณ N หรือไนโตรเจนเพิ่มขึ้น จนเท่ากันหรือมากกว่า C หรือคาร์บอน เมื่อ C/N Ratio แคบลง เปอร์เซ็นการออกดอกก็ลดลงด้วย

นอกจากความสมบูรณ์ของต้นจากการสะสมอาหารมาอย่างเต็มที่แล้ว ลำไยต้องกระทบหนาวครับ ถึงจะออกดอก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการทำลำไยนอกฤดูจึงต้องราดสาร ในช่วงฤดูฝนอย่างนี้ ต้นไม้เกือบทุกชนิดจะเจริญเติบโตทางลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ เป็นไปตามธรรมชาติ ในลำไย การราดสารจะเป็นการทำลายราก (เหมือนโดนน้ำร้อนลวกหรือน้ำกรดสาด) ความสามารถในการดูดซึมอาหารและน้ำก็ลดลง ซึ่งจะส่งผลในการควบคุมการเจริญเติบโตของต้นลำไย จนติดดอกได้ในที่สุด ไม่จำเป็นต้องผ่านหนาว

ส่วนตัวแล้วเห็นว่า การทรมานต้นไม้อาจจะมีผลดีในวันนี้ แต่ในระยะยาวไม่น่าจะดีนัก เหมือนอาการดื้อยา ต้องเพิ่มปริมาณยา เปลี่ยนชนิดยาที่แรงขึ้น แม้อาการจะทุเลา แต่สุขภาพก็ทรุดโทรมลงเช่นกัน

ลองมาดูกันครับว่า การบังคับด้วยการบำรุงแทนการทรมาน ผลลัพภ์จะเป็นอย่างไร สำหรับผมแล้วไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าลองแล้วไม่สำเร็จ ไม่ติดดอก ไม่ออกผล ผมก็ยังจะได้ต้นลำไยที่ผ่านการบำรุงจนสมบูรณ์พร้อมสำหรับการออกดอกตามธรรมชาติในหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง แม้จะเป็นลำไยในฤดู แต่ถ้าทำคุณภาพได้ ลูกใหญ่ ไซซ์จัมโบ้ เกรด AA ก็อยู่ได้สบายๆ เป็นอีกโจทย์นึงที่ต้องแก้ให้ตกต่อไป

ปัญหาของชาวสวนลำไยทุกวันนี้อยู่ที่ ‘การทำคุณภาพ’ ครับ เรื่องการทำนอกฤดู จะให้ออกช่วงไหน เวลาใด ออกมาก ออกน้อย ทำได้ กำหนดได้ ไม่เป็นปัญหา แต่ออกมาแล้วทำอย่างไรให้ได้ขนาดที่ต้องการ นี่ต่างหากที่เป็นปัญหา ทำนอกฤดูแล้วยังขาดทุน ก็มาจากเหตุนี้เป็นสำคัญ

ที่ลองทำเพราะอยากรู้และอยากแสดงให้เห็นว่า เกษตรธรรมชาติจะสามารถบังคับให้ต้นไม้ออกดอกผลนอกฤดู รวมไปถึงช่วยทำคุณภาพให้กับผลผลิต ได้หรือไม่ … อย่างไร

‘วิทยาศาสตร์’ แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถสร้างคุณภาพไปพร้อมๆ กับการลดต้นทุนการผลิตได้ แต่กับ ‘ธรรมชาติ’ จะตอบโจทย์นี้ได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องให้ต้องค้นคว้า เสาะหา และพิสูจน์กันต่อไป

.ปล.๑ ผมไม่ปฏิเสธวิทยาศาสตร์ครับในบางกรณี คนเราขึ้นทางด่วนเพื่อย่นระยะเวลา ลำไยของผมก็น่าจะเหมือนกัน ต้นไม้ต้องสังเคราะห์แสงเพื่อปรุงอาหาร แต่ในภาวะที่มีแดดน้อยอย่างนี้ ผมต้องย่นเวลาในการสะสมอาหารด้วยการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เร็วที่สุด ต้นไม้ก็เหมือนคนที่ต้องเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล จึงจะได้ประโยชน์จากสารอาหารได้เต็มที่ วิธีที่ง่ายและเร็วที่นิยมทำกัน คือ พ่นน้ำตาลให้พืชโดยตรง ผมใช้ ‘กลูโคส’ ครับ เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวหรือโมโนแซคคาไรด์ (Monosaccharides) พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

ปล.๒ อยากจะเปรียบเทียบให้เห็นครับ เดิมผมเคยใช้ปุ๋ยเคมีทางดิน เสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ๑๕ บาท/ต้น/ครั้ง ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ค่าใช้จ่ายลดลงเหลือ ๘ บาท/ต้น/ครั้ง

ในส่วนปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมน และยาฆ่าแมลงต่างๆ ตามท้องตลาดโดยเฉลี่ยราคาจะตกอยู่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ บาท/ลิตร ที่สวนบางตัวเราหมักใช้เอง บางตัวจ้างเค้าหมักให้ หลักๆ ที่ใช้อยู่ก็มี ปุ๋ยปลาหมัก ฮอร์โมนผลไม้สุก น้ำหมักสมุนไพร ทั้งหมดนี้ต้นทุนเฉลี่ย ๑๕-๒๐ บาท/ลิตร

เแหล่งข้อมูลการเกษตร baansuan.wordpress.com

 
 

บทความอื่นๆในหมวด

การเพาะเห็ด (อ่าน 3208)

การเพาะเห็ดฟางตะกร้าอย่างง่าย (อ่าน 5944)

การเลี้ยงหมูหลุม (อ่าน 6755)

การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง (อ่าน 3959)

 
 
 
       
  หน้าแรก ย้อนกลับ พิมพ์บทความ
 
 
 
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน
 
- ยังไม่มี -
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ * E-email *
ข้อความ *
รหัสยืนยัน *
 
 

 
 
บทความอาชีพ l เกษตรกรรม l อุตสหกรรม l พาณิชยกรรม-บริการ l หัตถกรรม l อื่นๆ l คลิปเกษตรกรรม l คลิปอุตสหกรรม l คลิปพาณิชยกรรม-บริการ l คลิปอาชีพหัตถกรรม
 
หน้าแรกบทความ    l    บทความไอที   l   บทความอาชีพ    l    บทความอาหาร    l     บทความสัตว์เลี้ยง    l     บทความสุขภาพ    l    บทความทั่วไป